ไลฟ์สไตล์ · ข่าวเด่น
เตือนภัยอาหารค้างตู้เย็น! 7 เมนูเสี่ยงอาหารเป็นพิษ เก็บเกินกี่วันควรทิ้ง?
เตือนภัยอาหารค้างตู้เย็น! 7 เมนูเสี่ยงอาหารเป็นพิษ เก็บเกินกี่วันควรทิ้ง? อาหารเหลือแช่ตู้เย็น เก็บได้นานกี่วัน? เปิด 7 ประเภทอาหารที่ต้องระวังเป็นพิเศษ แม้ไม่มีกลิ่นบูดก็อาจเสี่ยงอาหารเป็นพิษ พร้อมวิธีเก็บอาหารอย่างถูกต้อง
โดยเฉพาะอาหารปรุงสุกบางประเภท หากเก็บรักษาไม่ถูกวิธี หรือปล่อยทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลานาน อาจทำให้เชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโตจนเกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ แม้อาหารจะยังดูปกติและไม่มีกลิ่นเหม็นก็ตาม
อาหารปรุงสุกแช่ตู้เย็น เก็บได้กี่วัน?
โดยทั่วไป อาหารปรุงสุกที่เก็บรักษาอย่างถูกวิธีในตู้เย็นอุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียสหรือต่ำกว่า ควรรับประทานภายใน 3–4 วัน แต่ระยะเวลาดังกล่าวไม่ได้ใช้ได้กับอาหารทุกชนิด และขึ้นอยู่กับความสะอาดและการควบคุมอุณหภูมิตั้งแต่ก่อนนำอาหารเข้าตู้เย็นด้วย
หากมีอาหารเหลือหลังรับประทาน ควรนำเข้าตู้เย็นภายใน 2 ชั่วโมง หรือภายใน 1 ชั่วโมง หากอยู่ในบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 32 องศาเซลเซียส อาหารที่ถูกทิ้งไว้นานเกินช่วงเวลาดังกล่าวไม่ควรนำกลับมาแช่เย็นเพื่อหวังให้ปลอดภัยอีกครั้ง
เปิด 7 ประเภทอาหารค้างตู้เย็นที่ต้องระวัง
1. ข้าวสวยและข้าวผัด เสี่ยงเชื้อแบคทีเรียแม้อุ่นซ้ำ
ข้าวสวยและข้าวผัดเป็นอาหารที่หลายบ้านมักเก็บไว้รับประทานในวันถัดไป แต่หากปล่อยข้าวสุกทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องนานเกินไป อาจเกิดความเสี่ยงจากแบคทีเรีย Bacillus cereus ซึ่งสามารถสร้างสารพิษบางชนิดที่ทนต่อความร้อน
นั่นหมายความว่า การนำข้าวที่เก็บไม่ถูกวิธีกลับมาอุ่นจนร้อน อาจไม่สามารถทำลายสารพิษที่เกิดขึ้นไปแล้วได้ทั้งหมด
คำแนะนำ: หลังหุงข้าวเสร็จ หากไม่ได้รับประทานทันที ควรลดอุณหภูมิข้าวอย่างรวดเร็วและนำเข้าตู้เย็นโดยเร็ว ไม่ควรปล่อยข้าวสุกทิ้งไว้ข้ามคืนที่อุณหภูมิห้อง
2. แกงกะทิ ระวังอาหารบูดโดยไม่รู้ตัว
แกงเขียวหวาน พะแนง แกงเผ็ด และอาหารที่มีกะทิเป็นส่วนประกอบ เป็นเมนูยอดนิยมที่มักปรุงครั้งละมาก ๆ เพื่อเก็บไว้รับประทานหลายมื้อ
แม้การแช่เย็นจะช่วยชะลอการเพิ่มจำนวนของจุลินทรีย์ แต่หากอาหารเคยถูกวางทิ้งไว้นาน หรือมีการนำออกมาอุ่นและเก็บซ้ำหลายครั้ง ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน
คำแนะนำ: ควรแบ่งแกงเป็นส่วนเล็ก ๆ ก่อนเก็บในตู้เย็น และอุ่นเฉพาะปริมาณที่จะรับประทาน ไม่ควรอุ่นทั้งหม้อซ้ำไปมาโดยไม่จำเป็น
3. อาหารทะเลปรุงสุก เก็บผิดวิธีเสี่ยงท้องเสีย
กุ้ง ปลาหมึก ปลา และอาหารทะเลปรุงสุก เป็นอาหารที่ต้องใส่ใจเรื่องอุณหภูมิและความสะอาดในการเก็บรักษาเป็นพิเศษ
หากอาหารทะเลถูกปล่อยทิ้งไว้นอกตู้เย็นเป็นเวลานาน หรือเก็บรักษาในอุณหภูมิไม่เหมาะสม อาจเกิดการเพิ่มจำนวนของเชื้อก่อโรคได้
คำแนะนำ: เมื่อรับประทานเสร็จควรรีบเก็บส่วนที่เหลือเข้าตู้เย็น และหากพบกลิ่นผิดปกติ เนื้อสัมผัสเปลี่ยน หรือไม่แน่ใจว่าเก็บไว้นานเท่าใด ควรทิ้งทันที
4. เมนูไข่ปรุงสุก อย่าคิดว่าไม่มีกลิ่นแล้วปลอดภัย
ไข่เจียว ไข่พะโล้ ไข่ตุ๋น และอาหารปรุงสุกที่มีไข่เป็นส่วนประกอบ ควรเก็บรักษาในภาชนะสะอาดและอยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม
โดยเฉพาะเมนูไข่ที่มีส่วนผสมอื่นร่วมด้วย เช่น เนื้อสัตว์หรือผัก หากเก็บไว้นานหรือมีการปนเปื้อนระหว่างรับประทาน ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาหารเป็นพิษ
คำแนะนำ: ควรเก็บเข้าตู้เย็นโดยเร็วหลังปรุงหรือรับประทาน และไม่ใช้การดมกลิ่นเพียงอย่างเดียวตัดสินความปลอดภัย
5. เนื้อสัตว์ปรุงสุก เก็บหลายวันต้องระวัง
หมูทอด ไก่ย่าง เนื้อผัด และอาหารประเภทเนื้อสัตว์ปรุงสุก หากเก็บในภาชนะที่ไม่สะอาดหรือควบคุมอุณหภูมิไม่เหมาะสม อาจเกิดการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ได้
อาหารเหล่านี้จึงไม่ควรวางทิ้งไว้บนโต๊ะเป็นเวลานานก่อนนำกลับเข้าตู้เย็น
คำแนะนำ: เก็บเนื้อสัตว์ปรุงสุกในภาชนะปิดสนิท แยกจากเนื้อสัตว์ดิบ และควรรับประทานภายในระยะเวลาที่แนะนำ
6. ซุปและน้ำแกง หม้อใหญ่เย็นช้า เพิ่มความเสี่ยง
หลายคนเข้าใจว่าซุปหรือน้ำแกงสามารถเก็บไว้ได้นานเพราะผ่านการต้มจนเดือดแล้ว แต่ความจริงอาหารเหล่านี้ยังสามารถเกิดการปนเปื้อนและเพิ่มจำนวนของเชื้อโรคได้
โดยเฉพาะการเก็บน้ำแกงปริมาณมากในหม้อขนาดใหญ่ เพราะอาหารบริเวณตรงกลางอาจใช้เวลานานกว่าจะเย็นลงถึงอุณหภูมิที่ปลอดภัย
คำแนะนำ: แบ่งซุปหรือน้ำแกงใส่ภาชนะตื้นขนาดเล็กเพื่อให้เย็นเร็วขึ้น และควรอุ่นให้ร้อนทั่วถึงก่อนรับประทาน
7. อาหารที่นำออกมากินซ้ำหลายรอบ เสี่ยงกว่าที่คิด
พฤติกรรมที่หลายบ้านทำเป็นประจำคือ นำอาหารออกจากตู้เย็นมาวางบนโต๊ะ ตักรับประทาน แล้วนำกลับเข้าตู้เย็น ทำเช่นนี้ซ้ำหลายครั้ง
พฤติกรรมดังกล่าวอาจทำให้อาหารอยู่ในช่วงอุณหภูมิที่เชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโตได้ง่าย และยังเพิ่มโอกาสปนเปื้อนจากภาชนะหรืออุปกรณ์ที่ใช้ตักอาหาร
คำแนะนำ: ควรแบ่งอาหารเป็นมื้อย่อยตั้งแต่แรก และนำออกมาเฉพาะส่วนที่จะรับประทานเท่านั้น
เช็กด่วน! อาหารแบบไหนควรทิ้ง ไม่ควรเสี่ยงกิน
อาหารที่มีลักษณะผิดปกติต่อไปนี้ควรทิ้งทันที
มีกลิ่นเปรี้ยว กลิ่นบูด หรือกลิ่นผิดไปจากเดิม
พบเชื้อราบนผิวอาหาร
มีเมือกหรือเนื้อสัมผัสผิดปกติ
สีเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนโดยไม่มีสาเหตุจากการปรุง
มีฟองหรือก๊าซเกิดขึ้นผิดปกติ
ไม่ทราบว่าเก็บอาหารไว้กี่วัน หรือเคยวางทิ้งไว้นอกตู้เย็นนานเพียงใด
อย่างไรก็ตาม อาหารที่ไม่มีกลิ่นบูด ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยเสมอไป เพราะเชื้อก่อโรคบางชนิดไม่ได้ทำให้อาหารเปลี่ยนสี กลิ่น หรือรสชาติอย่างเห็นได้ชัด จึงไม่ควรทดลองชิมเพื่อตรวจสอบว่าอาหารยังดีอยู่หรือไม่
5 วิธีเก็บอาหารเหลือให้ปลอดภัย ลดความเสี่ยงอาหารเป็นพิษ
รีบแช่เย็น: ไม่ปล่อยอาหารปรุงสุกไว้ที่อุณหภูมิห้องเกิน 2 ชั่วโมง หรือเกิน 1 ชั่วโมงเมื่ออุณหภูมิแวดล้อมสูงกว่า 32 องศาเซลเซียส
แบ่งอาหารใส่ภาชนะเล็ก: ช่วยให้อาหารเย็นลงเร็ว ลดเวลาที่อยู่ในช่วงอุณหภูมิเสี่ยง
ควบคุมอุณหภูมิตู้เย็น: ให้อยู่ที่ 4 องศาเซลเซียสหรือต่ำกว่า และไม่ใส่อาหารแน่นจนลมเย็นหมุนเวียนไม่สะดวก
ติดวันที่บนกล่องอาหาร: ช่วยให้ทราบว่าอาหารเก็บมานานเพียงใด และควรรับประทานก่อนวันไหน
อุ่นอาหารให้ร้อนทั่วถึง: อาหารเหลือทั่วไปควรอุ่นให้มีอุณหภูมิภายในถึง 74 องศาเซลเซียส แต่หากอาหารเคยเก็บผิดวิธี การอุ่นซ้ำไม่ได้รับประกันว่าจะปลอดภัย
สรุป อาหารเหลือเก็บได้ แต่ต้องเก็บให้ถูกวิธี
ตู้เย็นช่วยชะลอการเสื่อมเสียของอาหาร แต่ไม่สามารถหยุดการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ได้ทั้งหมด อาหารปรุงสุกส่วนใหญ่ที่เก็บอย่างถูกต้องควรรับประทานภายในประมาณ 3–4 วัน และอาหารบางชนิดอาจมีคำแนะนำให้เก็บสั้นกว่านั้น
สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าอาหารถูกแช่เย็นมากี่วันเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเก็บรักษาก่อนแช่เย็น ความสะอาดของภาชนะ และการนำอาหารออกมารับประทานซ้ำด้วย
จำไว้ว่า หากไม่มั่นใจว่าอาหารยังปลอดภัยหรือไม่ การทิ้งย่อมดีกว่าการเสี่ยงรับประทานจนเกิดอาหารเป็นพิษ
ข้อมูลเพื่อการให้ความรู้ด้านสุขภาพและความปลอดภัยอาหาร ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุขและความปลอดภัยอาหารที่เกี่ยวข้อง