ต่างประเทศ · ข่าวเด่น
รัสเซีย–สหรัฐฯ บรรลุดีลน้ำมันดีเซล! รองนายกฯ รัสเซียประกาศพร้อมส่งออกตามความต้องการตลาดโลก
วันที่ 28 ตุลาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าข้อตกลงด้านพลังงานระหว่างรัสเซียกับสหรัฐอเมริกา หลังจาก อเล็กซานเดอร์ โนวัค (Alexander Novak) รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย เปิดเผยเมื่อวันที่ 25 ตุลาคมว่า รัสเซียพร้อมจัดส่งน้ำมันดีเซลให้แก่คู่ค้าตามความต้องการ ภายใต้ปริมาณที่สามารถจัดสรรเพื่อการส่งออกได้
คำประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ของรัสเซีย และประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ของสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการส่งออกน้ำมันดีเซลรัสเซียเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569
รองนายกฯ รัสเซียยัน พร้อมส่งดีเซลตามความต้องการ
โนวัคให้สัมภาษณ์กับสื่อรัสเซีย Vesti ว่า รัสเซียมีความพร้อมที่จะส่งออกน้ำมันดีเซลให้แก่ประเทศคู่ค้า โดยระบุว่า
"คู่ค้าของเราต้องการเท่าไร เราก็พร้อมส่งให้ จากปริมาณที่เราจัดสรรไว้เพื่อการส่งออก เราสามารถจัดส่งได้ทั้งหมด"
ถ้อยแถลงนี้สะท้อนความพยายามของรัสเซียในการกลับมาขยายบทบาทในตลาดพลังงานโลก อย่างไรก็ตาม คำกล่าวดังกล่าวไม่ได้หมายความว่ารัสเซียจะสามารถผลิตหรือส่งออกน้ำมันดีเซลได้อย่างไม่มีขีดจำกัด เนื่องจากยังต้องคำนึงถึงกำลังการผลิตของโรงกลั่นและปริมาณน้ำมันที่จำเป็นต่อการใช้ภายในประเทศ
สหรัฐฯ ผ่อนผันมาตรการคว่ำบาตร เปิดทางนำเข้าน้ำมันดีเซลรัสเซีย
หนึ่งในความคืบหน้าสำคัญคือ สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) ภายใต้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกใบอนุญาตทั่วไปหมายเลข 135 หรือ General License 135 เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569
ใบอนุญาตดังกล่าวอนุญาตธุรกรรมบางประเภทที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่าย ขนส่ง ขนถ่าย และนำเข้าน้ำมันดีเซลจากรัสเซีย รวมถึงการนำเข้าสู่สหรัฐอเมริกา โดยกำหนดระยะเวลาผ่อนผันถึงวันที่ 7 เมษายน 2570 ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวเป็นการผ่อนผันเฉพาะธุรกรรมที่กำหนด ไม่ได้หมายถึงการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซียทั้งหมด
เปิดแผนส่งออกน้ำมันดีเซลหลายล้านตัน ภายหลังการประกาศข้อตกลง ประธานาธิบดีทรัมป์เปิดเผยแผนการจัดส่งน้ำมันดีเซลจากรัสเซียเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ และตลาดโลก โดยมีปริมาณที่ประกาศไว้ดังนี้
ระยะแรก มากกว่า 300,000 ตัน
เดือนพฤศจิกายน อีกประมาณ 500,000 ตัน
ระยะต่อมา อีกประมาณ 1 ล้านตัน
อาจเพิ่มได้อีกสูงสุด 3 ล้านตัน ขึ้นอยู่กับความพร้อมของโรงกลั่นน้ำมันรัสเซีย
ตัวเลขดังกล่าวเป็นปริมาณตามแผนที่ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศ ไม่ใช่ยอดส่งมอบที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด
ขณะที่วันที่ 27 ตุลาคม สำนักข่าว Kommersant รายงานคำกล่าวของโนวัคว่า รัสเซียได้ส่งเรือบรรทุกน้ำมันดีเซลออกไปแล้ว 3 ลำ และมีกำหนดส่งเรือลำที่ 4 ในวันที่ 28 ตุลาคม
ก่อนหน้านี้ Reuters และ Associated Press รายงานว่า เรือขนส่งดีเซลชุดแรกมีปริมาณประมาณ 40,000 ตัน และกำลังมุ่งหน้าไปยังสหรัฐอเมริกา โดยมีข้อมูลการเดินเรือระบุจุดหมายปลายทางเป็นนครนิวยอร์ก
รัสเซียชี้ ราคาน้ำมันโลกลดลง 5–6% หลังประกาศข้อตกลง
โนวัคกล่าวว่า ภายหลังการประกาศข้อตกลงระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯ ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงประมาณ 5–6%
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นคำกล่าวของเจ้าหน้าที่รัฐบาลรัสเซีย และยังไม่เพียงพอที่จะสรุปได้ว่า ข้อตกลงเป็นสาเหตุทั้งหมดที่ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง เพราะราคาน้ำมันยังได้รับอิทธิพลจากปัจจัยอื่น เช่น ความต้องการใช้พลังงาน ภาวะเศรษฐกิจ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และนโยบายของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบและราคาน้ำมันดีเซลสำเร็จรูปยังมีปัจจัยกำหนดราคาที่แตกต่างกัน
ทำไมข้อตกลงนี้จึงสำคัญต่อตลาดพลังงานโลก?
รัสเซียเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกพลังงานรายใหญ่ของโลก การกลับมาขยายการส่งออกน้ำมันดีเซลจึงอาจส่งผลต่อตลาดพลังงานในหลายด้าน
ด้านอุปทานน้ำมัน: หากรัสเซียสามารถส่งออกน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นตามแผน อาจช่วยเพิ่มปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลก และบรรเทาความตึงตัวของอุปทานในบางภูมิภาค
ด้านราคาพลังงาน: การเพิ่มขึ้นของปริมาณน้ำมันดีเซลอาจช่วยลดแรงกดดันด้านราคา แต่ผลกระทบจะขึ้นอยู่กับปริมาณส่งมอบจริง ความต้องการใช้ และกำลังการผลิตของโรงกลั่นทั่วโลก
ด้านเศรษฐกิจ: หากราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลดีต่อต้นทุนการขนส่ง โลจิสติกส์ และการผลิตสินค้า ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับอัตราเงินเฟ้อ
ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ: ข้อตกลงนี้สะท้อนการเปิดช่องทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซีย แม้ทั้งสองประเทศยังมีความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์และประเด็นสงครามยูเครน
ข้อตกลงยังเผชิญแรงวิจารณ์จากกรณีสงครามยูเครน
แม้ข้อตกลงดังกล่าวจะมีเป้าหมายเพิ่มอุปทานน้ำมันดีเซล แต่ก็สร้างข้อกังวลในประเด็นมาตรการคว่ำบาตรและสงครามยูเครน
ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน แสดงความไม่เห็นด้วยกับการผ่อนคลายข้อจำกัดการค้าพลังงานรัสเซีย เนื่องจากมองว่ารายได้จากการส่งออกพลังงานอาจช่วยสนับสนุนความสามารถทางการเงินของมอสโกในช่วงสงคราม
ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า ปริมาณน้ำมันจากข้อตกลงในช่วงแรกอาจยังไม่มากพอที่จะทำให้ราคาน้ำมันดีเซลสำหรับผู้บริโภคสหรัฐฯ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
จับตาผลกระทบต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลก
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้นับเป็นพัฒนาการสำคัญของตลาดพลังงานระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นทุนพลังงานมีความเชื่อมโยงกับเงินเฟ้อ การขนส่ง และภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป คือ รัสเซียจะส่งมอบน้ำมันดีเซลได้ตามปริมาณที่ประกาศไว้หรือไม่ การผ่อนผันมาตรการคว่ำบาตรจะดำเนินต่อไปนานเพียงใด และปริมาณน้ำมันที่เข้าสู่ตลาดเพิ่มเติมจะส่งผลต่อราคาพลังงานจริงมากน้อยแค่ไหน
สำหรับประเทศไทย ผลกระทบต่อราคาน้ำมันขายปลีกยังต้องพิจารณาทั้งราคาตลาดโลก อัตราแลกเปลี่ยน ค่าการกลั่น ภาษี และมาตรการด้านพลังงานภายในประเทศ จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าข้อตกลงนี้จะทำให้ราคาดีเซลในไทยลดลงทันที
เรียบเรียงโดย RACCOON NEWS | ข้อมูลตรวจสอบถึงวันที่ 28 ตุลาคม 2569
แหล่งข่าว: Vesti, Reuters, Associated Press, Kommersant, RBC-Ukraine และ U.S. Department of the Treasury (OFAC)